โลกหลังยุคโควิด (Post-COVID)


สถานการณ์การแพร่ระบาดของ Covid-19 นอกจากจะทำให้มนุษย์ต้องปรับตัวให้อยู่รอดและปลอดภัยในการใช้ชีวิตแล้ว ยังทำให้ต้องเตรียมพร้อมในการรับมือกับโลกแห่งอนาคตอันใกล้ที่กำลังจะเข้ามา หรือ โลกหลังยุคโควิด (Post-COVID)


Core & Peak มีเรื่องราวและทิศทางของสถานการณ์โลกหลังยุคโควิดที่น่าสนใจมาฝากกัน ไปดูว่ามีอะไรบ้าง


1. คนทำงานจะต้องมีทักษะและวิธีการทำงานที่เปลี่ยนไป

ต่อไปเราจะทำงานจากที่ไหนหรือเวลาไหนก็ได้ และเพื่อนร่วมงานอาจอยู่ที่ไหนสักแห่งในโลกก็เป็นได้ หน่วยงานจะไม่มองเรื่องวิธีการทำงานอีกต่อไปตราบใดที่ยังสามารถทำงานประสบความสำเร็จและบรรลุเป้าหมาย ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับนายจ้างและลูกจ้างว่าจะมีการจ้างกันลักษณะไหน อย่างไร


คนทำงานก็จะทำงานได้มากกว่าหนึ่ง หรือ ทำงานได้หลากหลายขึ้น คนที่ถนัดทางด้านดิจิทัลจะได้เปรียบมากกว่าทักษะอื่น ๆ เนื่องจากมีความสามารถในการทำงานด้านออนไลน์ มีทักษะในการสืบค้นข้อมูล และมีการสื่อสารออนไลน์ที่ดี ส่งผลให้การสัมภาษณ์งานเพื่อรับคนเข้ามาทำงานในอนาคตจะเป็นรูปแบบ Video conference ลูกจ้ง-นายจ้าง อาจไม่ต้องเจอหน้ากันจริง ๆ ในขณะที่ร่วมงานกันก็เป็นได้


2. ออฟฟิศที่ทำงานจะไม่เหมือนเดิม

ที่ทำงานจะเปลี่ยนไปเป็น Virtual office เพราะทุกคนสามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้โดยเฉพาะจากที่บ้าน คนจะเข้าออฟฟิศน้อยลง เราสามารถใช้ซอฟต์แวร์ในการประชุมออนไลน์และเห็นหน้ากันได้ เราไม่จำเป็นต้องมีการใช้เอกสารมากมาย เพราะทุกอย่างจะอยู่ในรูปแบบดิจิทัล


หลังจากยุคโควิดเราอาจเริ่มเห็นหน่วยงานต่าง ๆ ลดขนาดออฟฟิศลง ผู้บริหารไม่จำเป็นต้องมีห้องทำงานใหญ่โต สามารถทำงาน ประชุม และติดต่อกับลูกค้าผ่านระบบออนไลน์ได้ การเดินทางไปทำงานน้อยลง พนักงานมีเวลาในการทำงานมากขึ้น ค่าใช้จ่ายเน้นไปที่การเช่าระบบซอฟต์แวร์ ระบบคลาวด์ ทั้งการเก็บข้อมูล หรือ การเช่าระบบการประชุมออนไลน์ การจะจัดสัมมนาหรือจัดประชุมใหญ่ก็สามารถทำผ่านระบบออนไลน์ได้


3. อาชีพบางอย่างอาจจะหายไป

วิกฤติโควิดตัวเร่งที่ทำให้เกิด digital disruption ทำให้ผู้คนหันมาใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมากขึ้น จึงต้องสร้างระยะห่างทางสังคม (Social distancing) ทำให้ธุรกิจหลายอย่างที่ดำเนินอยู่ต้องหยุดชะงักในเวลานี้ ยิ่งสิ่งที่ไม่จำเป็นและสามารถทดแทนด้วยระบบดิจิทัลก็อาจส่งผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงในยุคหลังโควิด


ธุรกิจการท่องเที่ยวเมื่อพ้นวิกฤติคนอาจจะคุ้นเคยกับการจองตั๋วหรือที่พักเอง อาชีพไกด์อาจลดลง และอาชีพใดก็ตามที่ต้องมาเจอกันหรือสัมผัสกันก็อาจหายไป ตลอดจนอาชีพบริการอีกหลาย ๆ อย่างก็อาจสูญหายไปเช่นเดียวกัน


4. การเรียนการสัมมนาจะมุ่งสู่ระบบออนไลน์มากขึ้น

การศึกษาคือหนึ่งในธุรกิจที่ถูก Disrupt มากที่สุดจากวิกฤติครั้งนี้ การเรียนการสอนออนไลน์จึงเข้ามามีบทบาทและมีความสำคัญมากยิ่งขึ้น สามารถเรียนกับใครหรือเรียนที่ไหนก็ได้ ตราบใดที่ผู้เรียนมีความรู้จริง ๆ การสอบและการวัดผลก็จะเป็นแบบออนไลน์ที่เน้นการวัดผลอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้วิธีการทำงานในอนาคตเปลี่ยนไป องค์กรต่าง ๆ จะสนใจและมองหาคนทำงานที่มีสามารถจริงมากกว่าวุฒิการศึกษา โดยรูปแบบการทำงานอาจเป็นครั้งคราว โดยอาจเรียนผ่านระบบออนไลน์จากที่ไหนก็ได้


การจัดสัมมนาหรือการจัดงานต่าง ๆ อาจเปลี่ยนไปจัดแบบออนไลน์ รวมถึงอาจมีการใช้เทคโนโลยีอย่าง AR/VR เข้ามาช่วยในการสัมมนาและการเรียนการสอนมากยิ่งขึ้น คนทำงานก็สามารถเพิ่มทักษะตัวเองได้ตลอดเวลาโดยผ่านการเรียนระบบออนไลน์


5. ธุรกิจด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและบริการด้านดิจิทัลจะเติบโตขึ้น

การใช้บริการออนไลน์เป็นสิ่งสำคัญและกลายเป็นสิ่งจำเป็น ทั้งด้าน Food delivery, Online shopping หรือ Content streaming ส่งผลทำให้ผู้ประกอบอาชีพทางด้านนี้มีโอกาสในการทำงานที่ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น พนักงานส่งสินค้า คนทำระบบไอที หรือคนทำ Content

นอกจากนี้ มีการใช้เทคโนโลยีไอทีมากขึ้น ทั้งเรื่องอุปกรณ์ ระบบเครือข่าย รวมถึงการใช้เทคโนโลยี 5G ซึ่งทำให้ธุรกิจทางด้านนี้มีการเจริญเติบโตขึ้นในอนาคต


6. ระบบการชำระเงินออนไลน์จะกลายเป็น New normal

การชำระเงินออนไลน์ในรูปแบบ PromtPay, Mobile banking, Internet banking หรือ Mobile payment ผู้คนจะเริ่มคุ้นเคยกับการทำธุรกรรมการเงินออนไลน์มากขึ้น เพื่อเลี่ยงการสัมผัสเงินสด ยิ่งมีคนจำนวนมากลงทะเบียนเพื่อรับเงินเยียวยาและจ่ายเงินผ่านระบบ PromptPay ของภาครัฐ ยิ่งทำให้การทำธุรกรรมชำระเงินออนไลน์กลายเป็น New normal ขึ้นมาทันที


7. การใช้เทคโนโลยีเอไอจะมีความแพร่หลายมากขึ้น

ผู้คนจะตระหนักเรื่องการป้องกันการแพร่ระบาด และ Social distancing มากยิ่งขึ้น ระบบ AI จะเข้ามามีบทบาทมากยิ่งขึ้น ทั้งการทำ Big data เพื่อคาดการณ์การแพร่ระบาด การติดตามการเดินทางของผู้คน การใช้ระบบ Facial recognition เพื่อลดการสัมผัส ในการเข้า-ออกสถานที่ต่าง ๆ หรือการทำธุรกรรมต่าง ๆ ตลอดจนงานด้าน HR หรือการมาใช้ในงาน Workflow ต่าง ๆ รูปแบบการทำงานที่ออฟฟิศจึงไม่เหมือนเดิม เพราะมีระบบออโตเมชั่นต่าง ๆ ช่วยในการทำงาน ค่าใช้จ่ายในการบริหารออฟฟิศในรูปแบบเดิม ๆ จะถูกย้ายโอนสู่การลงทุนเทคโนโลยีมากขึ้น


8. ผู้คนจะยอมเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลมากขึ้น

การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลถือว่าเป็นสิ่งจำเป็น นั่นก็เพื่อความปลอดภัยต่อตนเองและสุขภาพ แม้ในหลาย ๆ ประเทศรวมถึงประเทศไทยจะพยายามเน้นใช้บังคับกฎหมายข้อมูลส่วนบุคคล แต่ด้วยวิกฤติของโรคระบาดทั้งในปัจจุบันและในอนาคตก็จำเป็นต้องได้ข้อมูลของประชาชนเข้ามาในแก้ปัญหาเรื่องสุขภาพของคนส่วนใหญ่

โลกเปลี่ยนไป เราก็ต้องเปลี่ยนแปลงตาม เพื่อความอยู่รอด เพื่อการเผชิญหน้าสู่โลกหลังยุคโควิดอย่างเข้าใจ



ดู 0 ครั้ง
  • Facebook
Follow Us:

บริษัท คอร์ แอนด์ พีค จำกัด

27 ซอยเจริญนคร 14 ถนนเจริญนคร แขวงคลองต้นไทร เขตคลองสาน กรุงเทพฯ 10600
Tel: (02) 861 0674, (02) 439 4600

Fax: (02) 861 0675
Contact person: Ampawan Krungphanich
Email: ampawan@corepeak.com

Copyright © 2015 Core and Peak Co., Ltd.