top of page

ให้ JWT ทำนายเทรนด์ “พฤติกรรมผู้บริโภค” ปี 2020 กัน!


JWT หรือ J.Walter Thompson ได้ทำนายเทรนด์พฤติกรรมผู้บริโภค The Future 100 โดยคาดการณ์ภาพใหญ่ทั่วโลก และแบ่งออกเป็น 10 หมวด ทั้งเรื่องประเด็นวัฒนธรรม, เทคโนโลยีและนวัตกรรม, การท่องเที่ยวและฮอสพิทาลิตี้, แบรนด์และการตลาด, อาหารและเครื่องดื่ม, ความงาม, รีเทล, ลักชัวรี, สุขภาพ และเรื่องการเงิน


Core & Peak ขอนำเสนอ 9 คำทำนายเทรนด์ที่น่าสนใจในแต่ละหัวข้อมาฝากกันค่ะ



1. วัฒนธรรม: ละลาย “เรื่องต้องห้าม” ออกจากสังคม

การรื้อสร้างวัฒนธรรมในเอเชียกำลังเกิดขึ้นอย่างช้าๆ โดย 3 ประเด็นหลักที่เคยถูกสังคมกดทับและห้ามพูดถึง กำลังกลายเป็นสิ่งที่คนรุ่นใหม่กล้าพูดกันมากขึ้น ได้แก่ สุขภาพจิต สุขภ าวะทางเพศ และ เพศสภาพ


Wonderman Thompson Intelligence ทำการสำรวจกลุ่มตัวอย่าง 2,500 คนใน 5 ประเทศ คือ จีน ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย ไทย และออสเตรเลีย พบว่า ประเด็น “สุขภาพจิต” คือสิ่งที่ผู้บริโภคเป็นกังวลกับตัวเองมากที่สุด โดยเฉพาะเพศชายและพวกเขากล้าที่จะพูดถึงมันมากขึ้น


“เศรษฐกิจสุขภาพในไทย คนไทยเข้าสู่วังวน “จน – เครียด – ป่วย”

ไทยมีแอปพลิเคชั่น Ooca ซึ่งแอปฯ นี้ช่วยเชื่อมต่อคนไข้ให้ได้พูดคุยกับนักบำบัดผ่านวิดีโอคอล และประเทศจีน มีแอปฯ Yummy ที่ช่วยให้ผู้หญิงเข้าถึงความรู้และคำปรึกษาด้านสุขภาวะทางเพศ


ญี่ปุ่นเกิดกระแสสิทธิสตรีประเด็น#KuTooเพื่อเรียกร้องให้ล้มเลิกการแต่งกายที่บีบบังคับเพศหญิงในที่ทำงาน โดยมีแบรนด์อย่าง Pantene ที่ออกแคมเปญสนับสนุนคนรุ่นใหม่ ให้ผู้หญิงปล่อยผมในวันสัมภาษณ์งาน และเป็นตัวเองอย่างอิสระในยุคเรวะหรือยุคใหม่ของญี่ปุ่น



2. เทคโนโลยีและนวัตกรรม: อุปกรณ์เพื่อ “สัมผัส” สิ่งของ

ปลอกนิ้วที่ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อช่วยทำให้รู้สึกและสัมผัสสิ่งของต่าง ๆ หากทำงานร่วมกับเทคโนโลยี AR (Augmented Reality) หรือ VR (Virtual Reality) ก็จะยิ่งเหมือนจริง


ผู้บริโภคสามารถ “สัมผัส” พื้นผิวและวัสดุของสิ่งต่างๆ ได้ ซึ่งช่วยเปิดโลกใบใหม่ให้กับหลากหลายอุตสาหกรรม Alibaba ได้นำเทคโนโลยีนี้มาทดลองใช้แล้ว และวงการเกมมิ่ง ได้นำเทคดนดลยีนี้ผนวกกับ VR และดัดแปลงเพื่อเพิ่มประสบการณ์ให้ลูกค้ามากยิ่งขึ้น


3. การท่องเที่ยวและฮอสพิทาลิตี้: เดินทางผจญภัยแบบ “นักวิทยาศาสตร์”

เทรนด์การท่องเที่ยวแนว “วิทยาศาสตร์” จะบูมมากขึ้น เพราะเป็นการเดินทางเพื่อผจญภัยและสร้างความเปลี่ยนแปลงให้มนุษยชาติ


โดยการเดินทางรูปแบบนี้ เป็นโปรแกรมแนวใหม่สำหรับนักท่องเที่ยวระดับลักชัวรี เพราะการผจญภัยไปยังที่ห่างไกลนานแรมเดือนต้องใช้จ่ายหลักล้านบาท ผู้บริโภคจึงได้ทั้งคอนเทนต์แสดงสถานะทางเศรษฐกิจ รวมถึงประสบการณ์ที่แตกต่างและรักโลกในเวลาเดียวกัน


4. แบรนด์และการตลาด: การออกนอกกรอบของ “เจนซี” ในเอเชีย

เชื่อมโยงวัฒนธรรม เจนเนอเรชั่นซี (ผู้ที่เกิดระหว่างปี 1995-2012 ปัจจุบันอายุ 8-25 ปี) ที่ทยอยเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ท่ามกลางปัญหาระดับโลก เช่น ภาวะโลกร้อน ความปั่นป่วนทางการเมือง หรือความเปลี่ยนแปลงของเพศสภาพและเพศวิถี นั่นทำให้พวกเขาโตขึ้นพร้อมทัศนคติแบบ “นักกิจกรรม” อยู่ในตัว


“พวกเขาตั้งคำถามกับหลักปฏิบัติของสังคมและไม่ต้องการจะอยู่ในระเบียบเดิม ๆ” Gerda Binder ที่ปรึกษาด้านเพศสภาพของ UNICEF ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกกล่าว


“Sunnies Face แบรนด์เครื่องสำอางในฟิลิปปินส์ ดีไซน์สีเครื่องสำอางโทนอุ่นเพื่อให้สามารถใช้ได้ทุกสีผิว และไม่มีการผลิตสินค้ากลุ่มไวเทนนิ่งเลยแม้แต่ตัวเดียว หรือสินค้าซีอิ๊วแบรนด์ Kimlan ในไต้หวัน ออกโฆษณาฉายภาพคุณแม่สองคนในห้องครัวพร้อมเสียงพากย์ประกอบว่า “ครอบครัวที่แตกต่างมีรสชาติที่แตกต่าง”


5. อาหารและเครื่องดื่ม: วัตถุดิบ “รักษ์โลก” ยังเป็นกระแส

ทวีปเอเชียมีวัตถุดิบมาแรงอย่างหนึ่งคือ “เมล็ดแตงโม” ขนมกินเล่นแบบดั้งเดิมของชาวจีนที่ได้รับความนิยมเนื่องจากมีคุณค่าทางโภชนาการและไขมันต่ำ สามารถนำไปบดเป็นผงใช้แทนถั่วเหลืองหรือผลิตเป็นเนยได้อีกส่วนหนึ่งของความฮิตมาจากการทดลองสร้างสินค้าเลียนแบบเมล็ดกาแฟ โดยมีเมล็ดแตงโมเป็นหนึ่งในองค์ประกอบ Grand View Research ประเมินว่า ตลาดเมล็ดแตงโมจะเติบโตไปถึง 751 ล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2025


6. ความงาม: “ขนตา” จะกลับมาแรง

ปีนี้งานขนตากำลังมา ทั้งขนตาปลอมและมาสคาร่าปัดขนตา ซึ่งเห็นได้จากเทรนด์การแต่งหน้าของนางแบบบนรันเวย์ และเป็นวัฏจักรสินค้าหลังช่วงที่ผ่านมากลุ่มมาสคาร่าดูจะดรอปลงไป


Grand View Research ประเมินว่า ภายในปี 2025 มูลค่าตลาดโลกของขนตาปลอมจะแตะ 1.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือเติบโตเฉลี่ยปีละ 5.4% โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก คาดว่าจะโตปีละ 6.6%


7. ลักชัวรี: “สัตว์เลี้ยง” แสนรัก เทรนด์การอยู่เป็นโสดที่เพิ่มสูงขึ้นจึงไม่มีลูก กลุ่มคนเหล่านี้ จึงใช้เงินไปกับสัตว์เลี้ยงอย่างสุนัขหรือแมว

ในประเทศจีน เจ้าของสัตว์เลี้ยง 40% เป็นคนโสด และมูลค่าตลาดของสินค้าบริการเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงในจีนก็พุ่งไปแตะ 2.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มสูงขึ้นถึง 3 เท่าภายใน 5 ปี (2013-2018) เทรนด์คนรักสัตว์และเลี้ยงเหมือนลูก ส่งผลให้สัตว์มีวิถีชีวิตมีระดับขึ้นกว่าเดิม VistaJet บริษัทบริการเช่าเครื่องบินเหมาลำในมอลตาพบว่า มีสัตว์เลี้ยงเดินทางด้วยเพิ่มขึ้นถึง 104% นับจากปี 2017 ด้านโรงแรมก็ตอบสนองเทรนด์นี้ โดย Canopy by Hilton ในทวีปอเมริกาเหนือ จับมือเป็นพันธมิตรกับบริษัท Bark ผู้ให้บริการของเล่นและขนมสุนัข ให้นำสินค้ามาวางในโรงแรมด้วย ส่วน Hotel W Shanghai The Bund เป็นหนึ่งในโรงแรมหลายแห่งของเครือแมริออทที่เปิดโปรแกรมต้อนรับสัตว์เลี้ยงให้เข้าพักในโรงแรมได้


8. สุขภาพ: เทศกาลดนตรี “เยียวยาจิตใจ”

คนเจนวายและเจนซีในวัย 20 กว่าถึง 30 กว่า คำว่า “เทศกาลดนตรี” คืออีเวนต์ที่ช่วยให้ใจสงบขึ้นและมีชีวิตที่ดีขึ้น


ยกตัวอย่างวง Sigur Ros จากไอซ์แลนด์ พวกเขาสร้างสรรค์เสียงดนตรีประกอบกับการจัดแสงในพื้นที่เทศกาล เพื่อให้คนจมจ่อมไปกับดนตรีที่ช่วยสร้างความสงบในจิตใจพวกเขาจัดอีเวนต์คอนเสิร์ตแบบนี้ไปแล้วหลายแห่งตั้งแต่ลอสแอนเจลิส ลอนดอน จนถึงปารีส


งาน Love Trails Festival งานอีเวนต์ 3 วันของการวิ่งเทรลไปตามป่าเขา และฟังเพลงกันในยามค่ำคืน เป็นอีเวนต์ของนรุ่นใหม่ที่ต้องการไปงานเทศกาลดนตรี ต้องการปาร์ตี้ แต่ความรู้สึกเป็นสุขสุดยอดจากเอ็นโดรฟินนั้นพวกเขาได้จากการวิ่งแทนการเมาวาร์ป


9. การเงิน: ใช้จ่ายด้วย “ไบโอเมตริก”

ไบโอเมตริก ตรวจยืนยันตัวบุคคลด้วยรูปแบบเฉพาะของร่างกาย ทั้งลายนิ้วมือ ใบหน้า นัยน์ตา หรือกระทั่งลายเส้นเลือดฝอยที่ปลายนิ้ว (finger-vein) จะกลายเป็นวิธีการจ่ายเงินแบบใหม่แทนที่เครดิตการ์ด เพราะความสะดวกและลอกเลียนได้ยากของมัน เพียงแค่วางนิ้วลงบนจุดสแกนก็เสร็จพิธี


Google Intelligence คาดการณ์ว่า ภายในปี 2020 นี้ ผู้คน 1.2 พันล้านคนบนโลกจะใช้วิธีจ่ายเงินแบบไบโอเมตริก โดยมีโครงการทดลองเกิดขึ้นแล้ว เมื่อเดือนกันยายน 2019


บริษัท Fingopay ทดลองระบบสแกนลายเส้นเลือดฝอยปลายนิ้วมือเพื่อจ่ายเงินในร้านคาเฟ่ Spisestuerne ในมหาวิทยาลัย Copenhagen Business School ให้นักศึกษาและบุคลากรสามารถลองลงทะเบียนเชื่อมลายนิ้วมือกับการ์ด Visa, Mastercard หรือ Dankort ก็ได้ โครงการนี้จะทดลองเป็นระยะเวลา 1 ปีก่อนสรุปผล















ดู 50 ครั้ง

Comments


bottom of page